‘พิสิษฐ์’ ยันสื่อต้องมีใบอนุญาต ใครไม่มีจำคุก เพจดัง-ข่าวออนไลน์ ถ้ามีรายได้ ถือเป็นสื่อหมด
18 ต.ค. 60 รัฐ/กฎหมาย 2862

“พิสิษฐ์” ยัน สื่อต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ไม่ต่างจากนวดแผนโบราณถ้า ชี้ ใครไม่มีก็ต้องจำคุกเหมือนกัน ยก เว็บ sanook – kapook เข้าข่ายสื่อออนไลน์ภายใต้กม.คุ้มครองสื่อ

เมื่อวันที่ 26 เมษายน พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)เปิดเผยว่า จะนำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ….. เข้าสู่การพิจารณาของวิปสปท.คาดว่าจะสามารถบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ สปท. ในวันที่ 8-9 พฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ตาม เนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ที่ปรับเพิ่มขึ้นมาคือเรื่องโทษ กรณีหากนักข่าวไม่ไม่มีใบอนุญาต ตามเวลาที่กำหนดจะมีความผิด จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท รวมถึงองค์กรสื่อที่รับนักข่าวที่มีมีใบอนุญาตมาทำงานก็จะมีความผิดจำคุกและปรับเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ยังเป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้นักข่าวที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตและถูกไล่ออกจากที่หนึ่งไปทำงานกับอีกที่หนึ่ง

“เรื่องโทษที่เพิ่มขึ้นมานี้เจตนารมณ์ไม่ต้องการลงโทษใคร แต่มองเรื่องการบังคับว่าคุณต้องไปขอรับใบอนุญาต เรามานั่งคิดกันว่าหากคนที่ไม่ยอมขึ้นทะเบียนขอใบอนุญาตจะทำอย่างไร เราก็ไปเทียบเคียงกับกฎหมายที่มีอยู่ ขนาดนวดแผนโบราณไม่มีใบอนุญาตยังมีโทษจำคุกสองปีเบากว่าคุณอีก สื่อเวลาไปทำอะไรเสียหายทีผลกระทบวงกว้างกว่าเยอะ เรื่องใบอนุญาตสื่อนั้น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะมีความชัดเจน แต่จะมีประเด็นตรงสื่อออนไลน์ ซึ่งเราขีดวงจำกัดว่าผู้ประกอบวิชาชีพสื่อออนไลน์นั้น ต้องมีเจตนา ทำต่อเนื่อง และมีรายได้ทั้งทางตรงทางอ้อมหรือไม่ ตรงนี้ทางสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติจะเป็นคนกำหนดรายละเอียด เราแค่วางกรอบคร่าวๆ ” พล.ต.ต.พิสิษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่า บางเว็บเพจดังอย่าง Drama-addict ที่ยังก้ำกึ่งว่าเข้าข่ายสื่อออนไลน์จะต้องขึ้นทะเบียนด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ กล่าว่า ต้องดูเจตนารมณ์ การทำงาน และดูว่ามีรายได้จากที่ทำทั้งทางตรงหรือทางอ้อมหรือไม่ ถ้ามีก็เข้าข่ายหมด อย่างเว็บไซต์ sanook kapook หรือข่าวทางไลน์ ที่มีรายได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็ถือว่าเข้าข่าย ซึ่งเราเขียนให้ครอบคลุมทั้งหมดไม่ได้ ต้องไปดูในอนาคตว่าจะทำกันอย่างไร

เมื่อถามว่าสื่อมวลชนออกมาคัดค้านร่างพ.ร.บ.นี้อย่างหนักจะมีการทบทวนเนื้อหาหรือไม่ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ กล่าวว่า 30 องค์กรสื่อไม่เอากับเราอยู่แล้ว สภาฯ ก็ไม่เอา ใบอนุญาตก็ไม่เอา รัฐธรรมนูญก็ให้สิทธิร่าง พ.ร.บ.นี้ ก็แค่เป็นกรอบจริยธรรม ซึ่งคนที่กำหนดก็คือสื่อ ตัวแทนภาครัฐ ประชาชน หากให้สื่อเขียนอย่างเดียวก็อาจเขียนเข้าข้างตัวเองไป สิ่งที่กังวลเราก็เอามาพิจารณา ไม่ใช่ไม่ฟัง เราก็ปรับ แต่หนึ่งหลักการต้องมีสภา สองใบอนุญาต ส่วนที่ไม่เอาใบอนุญาตก็ต้องถามกลับว่า ทำไมใบอนุญาตอาชีพอื่นต้องมี สื่อต่างจากอาชีพอื่นตรงไหน เราไม่ได้ว่าของเราถูกต้องทั้งหมด ยังต้องรับฟังคนอื่น ต้องผ่าน ครม. กฤษฎีกา สนช. และทำประชาพิจารณ์ตามาตรา 77 สุดท้ายไม่รู้ว่าจะเหลือเหมือนเดิมถึงครึ่งหรือไม่

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ผุดแคมเปญต้านเพจ Dad Mom and Kids ร้องแพทย์สภาตรวจจริยธรรม


27 พ.ค. 60  ติดเกมส์

แบไต๋เคยนำเสนอเรื่องราวของนพ. อิทธิฤทธิ์ จุฬาลักษณ์ศิริบุญ ผู้สร้างเพจ Dad Mom and Kids กันไปเมื่อคราวที่คุณหมอแสดงความคิดเห็นต่อต้านวิดีโอเกม ที่ไม่ให้เด็กๆ ในครอบครัวไปเกี่ยวข้องกับวิดีโอเกมใดๆ เลย ล่าสุดเพจ Dad Mom and Kids ของคุณหมอกลายเป็นประเด็นในโลกโซเซียลอีกครั้งเมื่อมีผู้ตั้งแคมเปญรณรงค์ใน Change.org เรียกร้องให้ “แพทยสภา ตรวจสอบจริยธรรม นพ.อิทธิฤทธิ์ จุฬาลักษณ์ศิริบุญ”

Gen Z อยู่ไม่ได้ถ้าขาด YouTube


24 พ.ค. 60  Social Media

ในยุคดิจิตอลทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า YouTube คืออีกหนึ่งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้เด็กวัยรุ่น ซึ่งมีผลสำรวจล่าสุดของ AdWeek ที่จับมือกับ Defy Media เปิดเผยว่ามีผู้ใช้ในกลุ่ม Gen-Z ถึง 50% ยอมรับว่ารับไม่ได้หากชีวิตขาด YouTube ไป

เตือนภัย!! คนร้ายปลอมแปลง “สำเนาบัตรประชาชน” ขโมยเงินในบัญชีเกลี้ยง!!


17 ส.ค. 59  Cyber Crime

หลายครั้งที่เราได้ยินเรื่องราวของ “ภัยจากโลกออนไลน์” เช่น การขโมยหรือล่อลวงเงินในบัญชีผ่านการสนทนาทาง Facebook (เฟซบุ๊ก) หรือ การแฮกเข้าบัญชีส่วนตัว Facebook (เฟซบุ๊ก) แล้วสวมรอยเป็นเราทำทีเป็นขอยืมเงินเพื่อนหรือคนใกล้ชิดของเราให้โอนเงินไปยังบัญชีปลายทางของคนร้าย ซึ่งก็มีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมาแล้วหลายราย และเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้ก็ยังคงออกอาละวาด สร้างความเสียหายให้แก่เจ้าของทรัพย์สินและผู้ที่ถูกสวมรอยเป็นอย่างมาก โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ (เฮ้อ!!)

เทรนด์ไมโครเตรียมพร้อม ป้องกัน และกู้คืนข้อมูลจาก Ransomware ให้คุณ


30 ก.ค. 60  ติดเกมส์

บริษัท เทรนด์ไมโคร (TYO: 4704; TSE: 4704) ผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์และโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัย มุ่งมั่นที่จะปกป้องลูกค้าและผู้บริโภคให้รอดพ้นจากการโจมตีด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงที่สุดในปัจจุบัน เพียงในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เทรนด์ไมโครสามารถปิดกั้นภัยคุกคามจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) กว่า 100 ล้านรายการให้ลูกค้า โดย 99 เปอร์เซ็นต์ของภัยคุกคามที่ปิดกั้นมาจากอีเมล์และเว็บแทรฟฟิก พร้อมนำเสนอภาพรวมการปกป้องตนเองด้วยการตระหนักถึงการเติบโตและผลกระทบของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ดังนี้: