เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 12 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รรท.ผบก.ป. และพ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. ร่วมกับสภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 74/1147 ซอยพานสัมฤทธิ์ 16 ถนนติวานนท์ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี สามารถจับกุม นายวิชชุพร ภู่ไพบูลย์ อายุ 35 ปี นายเกรียงศักดิ์ พจน์ก้านตรง อายุ 26 ปี และ นายทรงพล วงษ์ระบือดังอนุ อายุ 28 ปี ชาว จ.นนทบุรี พร้อมอาวุธปืน แมกกาซีนกระสุนปืน คอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง จอคอมพิวเตอร์ 8 จอ แทปเลต บัญชีธนาคาร 13 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง โพยพนันทายผลฟุตบอลจำนวนหนึ่ง ไพ่ 9 สำรับ ลูกเต๋าและอุปกรณ์การเล่นพนันไฮโล 4 ชุด

หลังจากจากชุดสืบสวน กก.2 บก.ป.ทราบว่า มีการลักลอบเล่นพนันบอลออนไลน์ผ่านเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ในบ้านพักดังกล่าว จึงวางแผนสืบสวนสอบสวน กระทั่งพบพยานหลักฐานชัดเจนจึงขออำนาจศาลออกหมายค้น และเข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งนี้ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางดังกล่าว

สอบสวนนายวิชชุพร รับว่า เป็นเจ้าของบ้านและเปิดรับพนันออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ รวมทั้งรับพนันทายผลฟุตบอลผ่านทางออนไลน์ ยอดเงินหมุนเวียนกว่า30ล้านบาทต่อเดือน มีผู้ร่วมกระทำผิดรับหน้าที่เดินโพยและเก็บเงินจากลูกค้า ที่ผ่านมาลักลอบเปิดรับเล่นพนันมาเป็นเวลากว่า2ปี สำหรับเงินที่ได้มาจะนำไปซื้อของและใช้จ่ายส่วนตัว เบื้องต้นชุดจับกุมควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ รับไว้ดำเนินคดีและขยายผลการจับกุมต่อไป


ภาพจากเพจเฟซบุ๊กDarkside Social เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลายเป็นประเด็นที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มนักศึกษา หลังจากเว็บเพจเฟซบุ๊ก “Darkside Social” โพสต์ข้อความถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัย และคณาจารย์ มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่
ที่สำนักงาน กสทช. พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับสมาคมผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตไทย (สมาคมไอเอสพี) และผู้ให้บริการโครงข่ายอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศ (ไอไอจี
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน สน. ห้วยขวาง ได้เรียกตัว น.ส.กฤษรฎา โซมี่ ทับทิมผล อายุ 28 ปี เน็ตไอดอลสาวขับรถบีเอ็มดับเบิลยูชนจำนวนหลายคัน ที่ถนนรัชดาฯ หน้าเอสพลานาด มารับทราบข้อก
หลายครั้งที่เราได้ยินเรื่องราวของ “ภัยจากโลกออนไลน์” เช่น การขโมยหรือล่อลวงเงินในบัญชีผ่านการสนทนาทาง Facebook (เฟซบุ๊ก) หรือ การแฮกเข้าบัญชีส่วนตัว Facebook (เฟซบุ๊ก) แล้วสวมรอยเป็นเราทำทีเป็นขอยืมเงินเพื่อนหรือคนใกล้ชิดของเราให้โอนเงินไปยังบัญชีปลายทางของคนร้าย ซึ่งก็มีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมาแล้วหลายราย และเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้ก็ยังคงออกอาละวาด สร้างความเสียหายให้แก่เจ้าของทรัพย์สินและผู้ที่ถูกสวมรอยเป็นอย่างมาก โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ (เฮ้อ!!)